2 Views
ท่านเจ้าบ้าน
by Published on March 14, 2020

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 กำลังสร้างความหวั่นวิตกอย่างมาก จากยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่พุ่งอย่างรวดเร็ว ใกล้ทะลุ 150,000 คนจนถึง 14 มี.ค.63 ทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักจุลชีววิทยาทั่วโลกกำลังเร่งค้นหาถึงศักยภาพของเชื้อโควิด-19 ว่า ทำไมร้ายกาจถึงเพียงนี้

มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ได้รายงานถึงวิธีที่ผู้คนสามารถสังเกตอาการป่วยของตนเองในเบื้องต้นว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่

จากภัยเงียบความร้ายกาจของเชื้อไวรัสมรณะนี้ ก็คือ อาจทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไม่แสดงอาการป่วยใดๆ เป็นเวลาหลายวัน และเมื่อมีอาการป่วยเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีไข้สูง หรือไอมากผิดปกติ เราจึงไปโรงพยาบาล นั่นหมายถึง 50% ของปอด โดยประมาณได้เกิดพังผืดขึ้นแล้ว และมันสายเกินไป

ผู้เชี่ยวชาญในไต้หวันได้แนะนำตัวอย่างของการเช็กตัวเองในเบื้องต้นอย่างง่ายๆ ว่าติดไวรัสโคโรนาแล้วหรือไม่ ที่เราสามารถทำได้ทุกเช้า คือ การหายใจลึกๆ และกลั้นหายใจให้ได้นานกว่า 10 วินาที ซึ่งถ้าเราสามารถทำได้ โดยไม่ไอ หรือไม่มีอาการอย่างอื่น เช่น แน่นหน้าอก นั่นแสดงว่ายังไม่มีพังผืดในปอด ซึ่งเป็นการบ่งชี้โดยพื้นฐานว่าเรายังไม่ติดเชื้อ

 ในช่วงเวลาวิกฤติ ควรตรวจสอบว่าเราติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ด้วยวิธีนี้ในทุกๆ เช้า ขณะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศปลอดโปร่ง

 ขณะที่คำแนะนำที่ดีเยี่ยมจริงจังมากขึ้นโดยคณะแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่รักษาผู้ป่วยติดโควิด-19 คือ ทุกคนควรมีความรู้สึกว่าภายในปากของเรา หรือลำคอ มีความชุ่มชื้น ไม่แห้งผาก ควรจิบน้ำทุก 15 นาทีเป็นอย่างน้อย เพราะหากเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากของเราแล้ว การดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มจะช่วยชำระเชื้อโรคในลำคอ เพื่อให้เชื้อลงไปในกระเพาะ ซึ่งกรดในกระเพาะจะสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้

หากเราไม่ดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นประจำมากขึ้น จะทำให้ไวรัสสามารถเข้าสู่หลอดลม และเชื้อโควิด-19 จะเข้าสู่ปอดของเรา ซึ่งนั่นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ทางมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ยังได้แจ้งให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยว่ากรุณาส่งต่อและแบ่งปันข้อมูลนี้ให้แก่สมาชิกในครอบครัวและเพื่อนๆ พร้อมทั้งขอให้ดูแลสุขภาพและโลกอาจจะผ่านพ้นจากวิกฤติการระบาดของโคโรนาไวรัสในเร็วๆ นี้

 
ประกาศสำคัญ เรื่องโคโรนาไวรัส:

  • ถ้าคุณมีอาการน้ำมูกไหล และมีเสมหะ แสดงว่าคุณป่วยด้วยไข้หวัดธรรมดา
  • ปอดที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา จะทำให้ไอแห้งๆ ไม่มีน้ำมูกไหล
  • ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ ไม่สามารถต้านทานความร้อนได้ และจะตายโดยอุณหภูมิเพียง 26-27 องศาเซลเซียส เชื้อไวรัสโคโรนาเกลียดแสงอาทิตย์
  • ถ้ามีใครบางคน จาม จะทำให้เชื้อไวรัสปลิวได้ไกลประมาณ 10 ฟุต ก่อนจะตกสู่พื้น ซึ่งเชื้อไวรัสไม่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้อีก
  • ถ้าเชื้อไวรัสโคโรนาตกลงสู่พื้นที่มีพื้นผิวเป็นโลหะ จะมีอยู่ชีวิตอยู่ได้อย่างน้อย 12 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้ถ้าคุณสัมผัสพื้นผิวที่เป็นโลหะให้รีบล้างมือทันที และสามารถล้างมือด้วยสบู่ที่ผสมสารต้านแบคทีเรีย
  • ถ้าเชื้อไวรัสโคโรนาตกลงบนพื้นผิวที่เป็นผ้า มันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 6-12 ชั่วโมง ซึ่งผงซักฟอกที่ใช้ซักผ้ากันโดยปกติจะสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้
  • การดื่มน้ำอุ่นมีประสิทธิภาพสำหรับเรื่องนี้ทั้งหมด.
Be the first person to like this.
Also from this author
55 Views
สงครามโลกครั้งที่ 3 "สงครามโลกครั้งที่ 3" คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะรู้ว่าผลกระทบจากสิ่งที่เรียกว่า สงคราม นั้น จะทิ้งรอยแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจไว้กับคนจำนวนมากที่ต่อให้ใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตก็ไม่อาจเยียวยาได้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างหลายประเทศที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร ทำให้เราหวั่นเกรงกับคำนี้มากขึ้น ทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ยินคำนี้ แต่ทุกครั้งที่ได้ยินการวิเคราะห์ต่างๆ รวมถึงคำทำนาย ก็ได้แค่คิดว่า ขอให้ไม่มีอะไรเป็นไปตามคำทำนายนั้น ในบรร...
4 Views
สถานการณ์ของโรคระบาดที่มีชื่ออยู่โลกออนไลน์ตลอดทุกวัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นอย่าง “ไวรัสโคโรนา” หรือ “โควิด-19” ทำให้ใครหลายคนเป็นกังวล และคอยติดตามข่าวสารกันอยู่ตลอดถึงจำนวนผู้ติดเชื้อ อัตราการเสียชีวิต รวมไปถึงการป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากการติดเชื้ออันตรายนี้ มีเรื่องอะไรที่เราควรรู้เกี่ยวกับ ไวรัสโคโรนา หรือไวรัสโควิด-19 บ้าง มาไล่ดูไปทีละข้อพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า ไวรัสโคโรนา หรือไควิด-19 คืออะไร ? ไวัรสโคโรนา (Coronavirus) เป็นไวรัสที่ถูกพบครั้งแรกในปี 1960 แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาอย่าง...
3 Views
เมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ไมเคิล ฮูด ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ Voiceflow ได้มีโอกาสใช้เวลากับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับเศรษฐีอันดับท็อปของโลก ด้วยการสนับสนุสจาก Next 36  องค์กรบ่มเพาะสตาร์ทอัพ และธุรกิจหน้าใหม่  แน่นอนว่าไมเคิล ฮูดไม่ได้ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไปเฉยๆ เพราะเขาได้ยิงถามคำถาม (ที่หลายๆ คน รวมถึงผมเองก็อยากรู้) ว่าถ้าวอร์เรนต้องให้คำแนะนำเด็กอายุ 21-22 ที่กำลังจะจบการศึกษา เขาจะแนะนำว่าอย่างไร  วอร์เรนตอบว่า สิ่งที่เขาจะแนะนำคือการลงทุนในตัวเอง โดยหนึ่งวิธีก...